วันอาทิตย์, ธันวาคม 25, 2554

พระราชวังฤดูร้อน . . . ปักกิ่ง - จีน

พระราชวังฤดูร้อน . . . ปักกิ่ง - จีน



         สวนสาธารณะ "อี้เหอหยวน" หรือพระราชวังฤดูร้อน พระราชวังฤดูร้อนหรือที่เรียกกันว่า สวนสาธารณะอี้เหอหยวนนั้น ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง เป็น พระราชอุทยานที่มีทัศนียภาพที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง มีเนื้อที่ทั้งหมด ๒๙๐ เฮกต้าร์ ประกอบด้วยเนื้อที่ที่เป็นนํ้า ๓ ส่วน เนื้อที่ที่เป็นดิน ๑ ส่วน
          เมื่อศตวรรษที่ ๑๒ จักรพรรดิองค์หนึ่งแห่งราชวงศ์จิน
ทรงมีพระราช โองการให้สร้างที่ประทับแรมขึ้นที่นี่เป็นครั้งแรก
ต่อมาในหลายราชวงศ์มีการ สร้างเสริมเติมต่อหลายครั้ง พระจักรพรรดิเฉียงหรงแห่งราชวงศ์ชิงทรงมีพระราชโองการ
ให้สร้างขยายอุทยานแห่งนี้ให้กว้างออกไปและทรงให้ชื่อว่า อุทยาน"ชิงอีหยวน" เมื่อ ค.ศ. ๑๘๖๐
พระราชวังฤดูร้อน11

     อุทยานแห่งนี้ถูกทหาร พันธมิตร อังกฤษ - ฝรั่งเศสเผาทําลาย ต่อมาเมื่อ ค.ศ. ๑๘๘๘ พระนางซูสีได้ใช้งบประมาณกองทัพเรือของชาติซี่งเป็นเงินแท่ง ๕ ล้านตําลึงมาสร้างอุทยานนี้ขึ้นใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น "อี้เหอหยวน" อุทยานนี้มีชื่อเลื่องลือไปทั่วโลก ก็ด้วยมีทิวทัศน์สวยงาม
          อุทยานอี้เหอหยวนประกอบด้วยสองส่วนคือ เขา "ว่านโซ่วซาน" และ ทะเลสาบ "คุนหมิงหู" บนเขาว่านโซ่วซานได้สร้างวิหาร ตำหนัก พลับพลา และเก๋งจีนอัน งดงามไว้หลายรูปหลายแบบ ตั้งอยู่ลดหลั่นรับกันกับภูมิภาพ ที่เชิงเขามีระเบียงทางเดินที่มีระยะทางไกลถึง ๗๒๘ เมตร ลัดเลาะไปตามริมทะเลสาบคุนหมิงหู ในทะเลสาบคุนหมิงหูมีเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่ง มี สะพาน ๑๗ โค้งอันสวยงามเชื่อมติดกับฝั่ง ทั่วทั้งอุทยานจัดไว้ได้สัดส่วนงดงามตระการตาซึ่งแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ ของศิลปะในการสร้างอุทยานของจีน



รูปภาพพระราชวังฤดูร้อน



พระราชวังฤดูร้อน12
พระราชวังฤดูร้อน7
พระราชวังฤดูร้อน8
พระราชวังฤดูร้อน1
พระราชวังฤดูร้อน16



Link ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลจีน

bullet-ttt.jpg picture by tourtooktee
จีน . . . แผ่นดินใหญ่
bullet-ttt.jpg picture by tourtookteeปักกิ่ง . . . จีน
bullet-ttt.jpg picture by tourtookteeกำแพงเมืองจีน (Great Wall) . . . ปักกิ่ง - จีน
bullet-ttt.jpg picture by tourtookteeพระราชวังต้องห้าม . . . ปักกิ่ง - จีน
bullet-ttt.jpg picture by tourtookteeจตุรัสเทียนอันเหมิน . . . ปักกิ่ง - จีน
bullet-ttt.jpg picture by tourtooktee
หอเทียนถาน . . . ปักกิ่ง - จีน

หอเทียนถาน . . . ปักกิ่ง - จีน

หอเทียนถาน . . . ปักกิ่ง - จีน



เทียนถาน8


     "หอเทียนถาน" หรือ "หอบวงสรวงฟ้า" ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงปักกิ่งนั้น เริ่มสร้างเมื่อปีค.ศ.1420เป็นสถานที่ประกอบ
พิธีสักการบูชาฟ้าและดิน
ของ กษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) และชิง (ค.ศ.1644-1911) ของจีนซึ่ง เป็นพระราชพิธีที่กระทำขึ้นเพื่อบวงสรวงฟ้าขอฝนให้พืชผลใน ไร่นาอุดมสมบูรณ์และ พสกนิกรอยู่ร่มเย็นเป็นสุขนั่นเอง บนพื้นที่กว่า 2.7 ล้านตารางเมตรของเทียนถาน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า "กู้กง" หรือ "พระราชวังโบราณ" ถึง 4 เท่านั้น ประกอบด้วยกำแพงโอบล้อม 2 ชั้น ซึ่งแบ่งเรียกเป็น "เขตชั้นนอก" คือ พื้นที่ในส่วนระหว่างกำแพงชั้นในกับชั้นนอก และ "เขตชั้นใน" คือ พื้นที่ใจกลางที่ล้อมรอบอยู่ด้านในของกำแพงชั้นในและจากความเข้าใจลึกซึ้งใน เรื่องของฟ้าและดินของชาวจีนในสมัยโบราณที่ว่า “แผ่นฟ้าโค้ง ผืนดินเหลี่ยม” และ “ฟ้าสูง แผ่นดินต่ำ” จึงได้มีการออกแบบก่อสร้าง "เทียนถาน" ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมพิเศษที่ เน้นความเชื่อดังกล่าว คือ ให้กำแพงด้านทิศเหนือสูงกว่าด้านใต้และมีลักษณะเป็นรูปครึ่งวงกลมส่วนด้าน ใต้จะต่ำกว่าและเป็นรูปเหลี่ยมมุมฉาก ซึ่งถูกเรียกว่า "กำแพงฟ้าดิน" สำหรับสิ่งปลูกสร้างสำคัญต่าง ๆ ในเทียนถาน เช่น "หยวนชิว" หรือ "แท่นบวงสรวงฟ้า" "ฉี่เหนียนเตี้ยน" หรือ "ตำหนักสักการะ" และ "ตำหนักหวงฉุงยูว์" หรือ "หอเทพสถิต" เป็นต้น ต่างก็เป็นทรงกลมเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นปรากฏการณ์แห่งดวงดาว

 
     "ฉีเหนียนเตี้ยน" หรือ "ตำหนักสักการะ" เป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีเอกลักษณ์ของจีนและก็เป็นสิ่ง ปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่สวยงามและโดดเด่นที่สุดในเทียนถาน เป็น สถานที่สำหรับบวงสรวงฟ้า เพื่อขอให้พืชพันธ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ตำหนักนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง32เมตรและมีความสูงราว 40 เมตร เป็นตำหนักทรงกลมโครงไม้โดยมีหลังคาลักษณะพิเศษที่ไม่มีคานไม้เลย ส่วนเสาใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางห้องโถงทั้ง 4 เสานั้นต่างมี ความสูงราว 20 เมตร เป็นสัญลักษณ์แห่งความหมายของ 4 ฤดูกาลในรอบหนึ่งปีนั่นเอง อีก 12 เสาที่เล็กกว่าซึ่งก็ตั้งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของฉีเหนียนเตี้ยนเช่นกันนั้น เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเดือนทั้ง 12 เดือนในรอบหนึ่งปีนั่นเอง นอกจากนั้นยังมีอีก12เสาที่รวมเข้าอยู่กับกำแพงของ "ฉีเหนียนเตี้ยน" ด้วยกันซึ่งมีความหมายว่า วันหนึ่งมี 12 ช่วงและแต่ละ ช่วงในอดีตนั้นตรงกับเวลา 2 ชั่วโมงในสมัยปัจจุบัน ส่วนฝ้าเพดานในห้องโถง ที่เป็นรูปปั้นมังกร 9 ตัวนั้นมีสีสันหลากหลาย มีความประณีตและมีความโอ่อ่างดงามยิ่ง ส่วนยอดหลังคาที่หุ้มทองนั้นมีความงามสอดคล้องกับหลังคา กระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินอย่างกลมกลืน อีกทั้งตำหนักนี้ได้สร้างบนแท่นหินอ่อนสีขาวสามชั้นที่มีความใหญ่โต ยิ่งทำให้ลักษณะ ของ "ฉีเหนียนเตี้ยน" มองดูแล้วช่างยิ่งใหญ่และงดงามตระการตายิ่ง

     "หยวน ชิว" หรือ "แท่นบวงสรวงฟ้า" มีลักษณะทรงกลม เป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีเซ่นไหว้ฟ้าในช่วงฤดูหนาวของแต่ละปีและ ขอฝนในช่วงฤดูร้อน โดยเมื่อย่างเข้าสู่เหมันตฤดู จักรพรรดิจะต้องเสด็จมา ณ สถานที่แห่งนี้เพื่อกราบไหว้ขอบคุณสวรรค์ที่ ช่วยบันดาลความสมบูรณ์พูนสุขแห่งพืชผลมาตลอดปี รวมถึงขอให้ไพร่ฟ้า ข้าแผ่นดินอยู่ร่มเย็นเป็นสุขในปีต่อ ๆ ไป "แท่นบวงสรวงฟ้า" มีฐานทั้ง 3 ชั้น สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาว ซึ่งมีความสูงกว่า 5 เมตร เมื่อยืนอยู่จากจุดของ "แท่นบวงสรวงฟ้า"แล้ว มองไปทั้งสี่ทิศจะสามารถเห็นท้องฟ้าสีครามที่กว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต ส่วนจุดของพื้นที่เท้ากำลังสัมผัสอยู่นั้นเป็นฐานหินสีขาวอมเทา ทำให้รู้สึกประดุจยืนอยูู่่ท่ามกลางมวลหมอกในท้องทะเลกว้างหรือเหมือนอยู่บน ชั้นอวกาศ


     สถาปัตยกรรม ของ "หยวนชิว" ก็มีการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เช่นกัน จำนวนก้อนหินที่ใช้ในการ ก่อสร้างนั้นต่างผูกพันกับหมายเลข "9" เพื่อแสดงให้เห็นปรากฏการณ์ของดวงดาว อย่างเช่น พื้นหินส่วนใจกลางแท่นบูชาฟ้าชั้นบนสุด โดยแผ่นหินลักษณะคล้ายรูปพัด จะเรียงกระจายตัวออกไปเป็นรัศมีวงกลม เพิ่มขึ้นทีละ 9 แผ่น ทบไปเรื่อยๆ รวมทั้งสิ้น 3,402 แผ่น หินแต่ละก้อนจะมีขนาด และการจัดวางที่ประณีตยิ่ง แม้ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นเวลานับร้อย ๆ ปี ก็ยังสามารถคงสภาพ สมบูรณ์และเป็นระเบียบเหมือนเมื่อแรกสร้างจนถึงปัจจุบันอย่างน่าอัศจรรย์ ตามความเชื่อของคนจีนในสมัยโบราณ เรียกที่นี่ว่า "สวรรค์ 9 ชั้น" เป็นจุดสูงสุดและเชื่อว่า เป็นที่ประทับของเทพเจ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ การคำนวณ การใช้วัสดุก่อสร้างและการก่อสร้างเป็นต้นของสิ่งปลูกสร้างวงกลมต่างมี ความสลับซับซ้อนมากกว่าสิ่งปลูกสร้างทรงสี่เหลี่ยม หากยืนอยู่ ณ ตำแหน่งหินใจกลางแท่นบูชาฟ้าแห่งนี้ แล้วตะโกนออกไปเพียงเบาๆเท่านั้น ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องตอบกลับมาให้ได้ยินในทันท่วงทีอีกด้วย


     โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของ "เทียนถาน" ที่มีความสลับซับซ้อนและมีความเป็นวิทยาศาสตร์นี้ต่างสะท้อนให้เห็นระดับของ วิทยาการสมัยใหม่ด้านสถาปัตยกรรมในยุคกลางของศตวรรษที่ 16 ของจีนได้อย่างน่าทึ่ง สำหรับสีสันที่ใช้ในการตกแต่งสิ่งปลูกสร้างของ "หอเทียนถาน" นั้นก็มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากในสมัยนั้น เนื่องจากว่า ในสมัยโบราณของจีน มักจะใช้สีเหลืองอร่ามซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจแห่งพระจักรพรรดิที่ ล่วงละเมิดไม่ได้นำมาตกแต่งพระราชวังแต่ในการตกแต่ง "หอเทียน ถาน" นั้นกลับใช้สีน้ำเงินซึ่งเป็นสีของฟ้ามาเป็นสีสันสำคัญ สิ่งปลูกสร้าง สำคัญอื่น ๆ ใน "เทียนถาน" ต่างก็มุงด้วยหลังคากระเบื้องเคลือบที่เป็นสีน้ำเงินเช่นกัน พอเดินเข้าสู่"เทียนถาน" ก็จะเห็นสีน้ำเงินเป็นส่วนใหญ่ซึ่งช่วย เพิ่มสีสันและเสริมความหมายอันทรงพลังให้แก่"เทียนถาน"ที่เป็นสถานที่ สำหรับประกอบพระราชพิธีสักการบูชาฟ้า ยิ่งทำให้ผู้คนตระหนักถึงความ หมายอันลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ของ "เทียนถาน" แห่งนี้


     นอกจากนี้"เทียนถาน"ยัง มีสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญและโดดเด่นอื่น ๆ อีก ได้แก่ "เทียนซินสือ" หรือ "หินใจกลางสวรรค์" หินแผ่นนี้มีความสำคัญ คือ หากยืนอยู่ ณ หินก้อนนี้แล้วพูดด้วยเสียงเบาๆ ก็จะทำให้มีเสียงสะท้อนก้องตอบ กลับมาให้ได้ยินในทันทีอีกด้วย นับเป็นหินสัญลักษณ์ที่ต้องการสะท้อนความหมายว่า เมื่อจักรพรรดิได้พระราชทานพระดำริใน กิจการใดก็ตาม ประชาชนทั่วไปทุกคนต่างก็จะต้องรีบตอบสนองพระราช ประสงค์ทันที มิฉะนั้นก็จะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนเจตนาแห่งสวรรค์ เพราะเชื่อกันว่า จักรพรรดิเป็นโอรสสวรรค์นั่นเอง
     "สะพาน ตันปี้" ที่มีความยาว 360 เมตรและมีความกว้าง 30 เมตรนั้นเป็นทางเชื่อมระหว่างตำหนัก "ฉีเหนือนเตี้ยน" กับ "แท่นบวงสรวงฟ้า" โดยทางเดินที่เหยียดยาวจากด้านใต้ที่สูงเพียง 1 เมตรนั้น จะค่อยๆเพิ่มความสูงขึ้นจนไปสูงสุดที่จุดหมายปลายทางด้านเหนือที่มี ความสูงถึง3เมตรได้แฝงความหมายสำคัญเอาไว้ว่าในแต่ละก้าวที่องค์จักรพรรดิ เสด็จย่ำพระบาทผ่านมาบนเส้นทางสายนี้ จะค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ ไปสู่สรวงสวรรค์ ซึ่งถูกเรียกว่า"เสินเต้า"หรือ"ทางศักดิ์สิทธิ์"เป็นทางเดินของสวรรค์และเทพ เทวดาองค์ต่าง ๆ โดยถนนฝั่งซ้ายสำหรับองค์จักรพรรดิเสด็จผ่าน ส่วนถนนฝั่งขวาสำหรับขุน นางชั้นผู้ใหญ


     "ตำหนักหวงฉุงยูว์" หรือ"หอเทพสถิต" เป็นสถานที่ประดิษฐานแผ่นป้ายองค์เทพเทวาทั้งหลายโดยเป็นอาคารสูง 19.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางที่ฐาน 15.6 เมตร สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง สำหรับกำแพงสะท้อนเสียงที่มีชื่อเสียงเรืองนามไปทั่วโลกนั้นก็เป็นกำแพงทรง กลมรอบนอกของหอเทพสถิต มีความยาว 193.2 เมตร สูง 3.7 เมตร และหนา 0.9 เมตร สามารถส่งผ่านเสียงผ่านไปถึงผู้ยืนอยู่ที่กำแพงฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน แม้เสียงนั้นจะเบาราวกับเสียงกระซิบระหว่างคู่รักกันก็ตาม
     "ไจกง" หรือตำหนักรักษาศีล ซึ่งเป็นสถานที่ประทับในช่วงถือศีลกินเจก่อนถึงวันจัดพระราชพิธีต่าง ๆ ของจักรพรรดินั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ"ตำหนักฉีเหนียน เตี้ยน" ส่วนฐานสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว เดิมทีเรียกตำหนักนี้ว่า "ตำหนักไร้คาน"เนื่องจากส่วนหลังคาของอาคารแห่งนี้สร้างขึ้นโดยไม่ต้องใช้ คานไม้นั่นเอง


     นอกจากนั้น "หอเทียนถาน" ยังได้สร้างระบบภาวะนิเวศที่ส่งเสริมให้ มนุษย์อยู่กับธรรมชาติได้อย่างประสานกลมกลืนกันด้วยการปลูกต้นไม้ร่มรื่น จำนวนมากและยังปลูกพืชคลุมดินอย่างสมบูรณ์ไว้อีกส่วนหนึ่ง เมื่อท่าน เดินเข้าสู่"หอเทียนถาน"ก็จะเห็น ต้นไม้สูงใหญ่เขียวชอุ่มให้ความร่มเย็นอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะต้นไป๋  ที่มีอายุหลายร้อยปีแผ่กิ่งก้านโน้มเข้าหากันจำนวนมาก ซึ่งได้สร้าง บรรยากาศที่เคร่งขรึมสง่างามน่าเกรงขามให้กับ "หอเทียนถาน" ยิ่งขึ้น ตามสถิติที่มีผู้ศึกษาไว้ เฉพาะต้นไป๋ภายใน "เทียนถาน" ก็มีจำนวนมาก กว่า 4,000 ต้นแล้ว เพราะตามความเชื่อของคนจีนในสมัยโบราณ สีเขียว เป็นสัญลักษณ์แสดงถึง "ความเคารพระลึกถึงและความปรารถนา" ทั้งนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนจีนมักจะปลูกต้นสน  และต้นไป๋ไว้ตามหอสักการะวัดวาอาราม และสุสานต่างๆซึ่งมีให้เห็นทั่วประเทศนั่นเอง
     "เทียนถาน" นับเป็นกลุ่มสิ่งปลูกสร้างสำคัญที่ยังคงสภาพความสวยงาม ขนาดใหญ่โตและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจีนใน ปัจจุบัน โดยมีชื่อเสียงไป ทั่วโลกด้วยแบบการก่อสร้างและสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยโครง สร้างที่มีเอกลักษณ์และการตกแต่งที่สง่างามของโบราณสถานแห่งนี้ได้รับการ ยกย่องว่าเป็นกลุ่มสิ่งก่อสร้างโบราณที่สร้างด้วยฝีมือประณีตและสวยงามที่ สุดแห่งหนึ่งของจีนซึ่งไม่เพียงแต่เป็นอัญมณีเม็ดงามสุกสกาวที่ประดับในประวัติสถาปัตยกรรมจีนเท่านั้น หากยังเป็นสิ่งล้ำค่าในประวัติสถาปัตยกรรมของโลกอีกด้วยหลังจากคณะกรรมการมรดกโลก ได้ไปสำรวจโบราณสถาน "เทียนถาน" แห่งนี้แล้ว จึงได้พิจารณาว่า ไม่ว่าพิจารณาจากการออกแบบทั่วไปหรือสิ่งปลูกสร้างส่วนใดส่วนหนึ่ง ของ "เทียนถาน" ต่างสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดเรื่อง "ดิน" กับ "ฟ้า" ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้มีบทบาทสำคัญตามความเชื่อที่ไร้ขีดจำกัดในสมัยโบราณของจีนด้วยเหตุนี้"เทียนถาน"จึงได้รับเลือกให้จัดเป็น "มรดกโลกทางวัฒนธรรม" เมื่อปีค.ศ. 1998


รูปภาพเทียนถาน

เทียนถาน17
เทียนถาน4
เทียนถาน2
เทียนถาน11
เทียนถาน7
เทียนถาน16
เทียนถาน15
เทียนถาน6
เทียนถาน12
เทียนถาน5
เทียนถาน3
เทียนถาน10



Link ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลจีน

bullet-ttt.jpg picture by tourtooktee จีน . . . แผ่นดินใหญ่
bullet-ttt.jpg picture by tourtooktee พระราชวังฤดูร้อน . . . ปักกิ่ง - จีน

จตุรัสเทียนอันเหมิน . . . ปักกิ่ง - จีน

จตุรัสเทียนอันเหมิน . . . ปักกิ่ง - จีน




จตุรัสเทียนอันเหมิน5




     จตุรัสเทียนอันเหมิน ตั้งอยู่ที่ถนนฉางอาน ในกลางเมืองหลวง ว่ากันว่า เป็นจตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเนื้อที่ ๔๔ เฮกตาร์ เป็นสัญลักษณ์์ของจีนใหม่ และยังเป็นสัญลักษณ์ ของกรุงปักกิ่งด้วย ใช้จัดงานเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ที่บริเวณจตุรัสเทียนอันเหมิน และอาคารล้อมรอบ ประกอบด้วยอนุสาวรีย์วีรชน หอระลึกประธานเหมาเจ๋อตง พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติจีน พิพิธภัณฑ์์ประวัติศาสตร์จีน มหาศาลาประชาชน เป็นที่น่าสังเกต ว่าเมื่อผู้นำ ของประเทศต่าง ๆ เยือนจีน จะมีพิธีต้องรับที่หน้า มหาศาลาประชาชนด้วย โดยพิธีต้อนรับ จะมีการตรวจ แถวทหารกองเกียรติยศส่วนพิธีจะยิ่งใหญ่ ขนาดไหนขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ หรือการให้ความสำคัญ ของจีนต่อประเทศนั้น ๆ นักท่องเที่ยว ที่มาปักกิ่ง ก็มักถือโอกาสถ่ายรูป ที่บริเวณ จตุรัสเทียนอันเหมิน รวมทั้งเฝ้า ดูพิธีชักธงชาติจีนขึ้น หรือลงจากเสาในตอนเช้า และตอนเย็นของทุกวัน ส่วนวันชาติจีนหรือวันที่ ๑ ต.ค.ของแต่ละปีนั้น ทางการปักกิ่งจะทำการประดับไม้ดอกต่าง ๆ ที่บริเวณจตุรัสเทียนอันเหมิน และประดับโคมไฟ หลายสีตามถนนฉางอาน เช่นเดียวกับการที่ กทม.ได้ประดับโคมไฟ ตามถนนราชดำเนินเนื่องใน วโรกาสเฉลิม พระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทำให้ชาวชนบทในจีน มุ่งหน้ามาท่องเที่ยว และชมความสวยงาม ในกรุงปักกิ่ง นอกจากนี้จตุรัส เทียนอันเหมิน ยังมีประวัติศาสตร์ เฉกเช่นถนนราชดำเนิน โดยในปี ๑๙๘๙ นักศึกษาจีน ได้ชุมนุมประท้วง ที่จตุรัสเทียนอันเหมินรวม ๒ เดือน จนกระทั่ง กองกำลังทหาร ได้เข้าปราบปราม จนเกิดเหตุรุนแรงขึ้น


เหตุการณ์นองเลือดที่ จตุรัสเทียนอันเหมิน


เหตการณ์นองเลือดจตุรัสเทียนอันเหมิน เหตการณ์นองเลือดจตุรัสเทียนอันเหมิน


     4 มิถุนายน พ.ศ. 2532 เกิดเหตุการณ์นองเลือดที่ จตุรัสเทียนอันเหมิน (Tiananmen Square Massacre) กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในยุคที่เติ้งเสี่ยวผิง เป็นผู้นำระบอบคอมมิวนิสต์ โดยกองกำลังทหารติดอาวุธพร้อมรถถังเข้าระดมยิงเพื่อสลายการชุมนุมของนัก ศึกษาและประชาชนที่ชุมนุมประท้วงต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ การชุมนุมเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2532 นำโดยปัญญาชนและนักศึกษาชาวจีน มีผู้เข้าร่วมชุมนุมนับหมื่นคน การปราบปรามของทหารทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 2,000 คน บาดเจ็บอีกราว 7,000- 10,000 คน การเรียกร้องของนักศึกษาประชาชนครั้งนี้ล้มเหลว ส่งผลให้พรรคคอมมิวนิสต์อยู่รอดแข็งแกร่งมาจนทุกวันนี้ แต่เหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนี้ก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า รัฐบาลจีนได้ละเมิดสิทธิิมนุษยชนอย่างรุนแรง


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจตุรัสเทียนอันเหมิน


     ประตูเทียนอาน หรือเทียนอานเหมิน เดิมทีเป็นประตูหน้าของพระราชวังสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1417 มีชื่อเดิมว่า "เฉิงเทียน
เห มิน" หลังซ่อมแซมใหม่ในสมัยจักรพรรดิซุ่นจื้อแห่งราชวงศ์ชิง ในปี ค.ศ. 1651 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเทียนอานเหมิน จากประตูนี้ เราสามารถเดินทะลุเข้าวังโบราณได้
      ลักษณะของประตูวังเก่าแห่งนี้ เป็นกำแพงใหญ่ ชั้นบนสร้างเป็นเก๋งหลังคาสีเหลือง มีเสากลมสีแดง 10 ต้น เพื่อให้เกิดเป็นช่วงระหว่างเสา 9 ช่อง ตามตัวเลขทรงโปรดของจักรพรรดิ ชั้นล่างเป็นช่องประตูทรงเกือกม้า 5 ช่อง มีภาพเหมือนสีน้ำมันขนาดใหญ่ของประธานหมาว เจ๋อ ตง ติดตั้งเหนือประตูกลางสองข้างของภาพนี้ มีคำขวัญเขียนว่า "ประชาชนจีนจงเจริญ" และ "ประชากรโลกจงเจริญ" เป็นคำพูดของ ท่านหมาว เมื่อครั้งกล่าวคำปราศรัยบนพลับพลาเทียนอานเหมิน เมื่อวันที่ 1
ตุลาคมค.ศ. 1949 ซึ่งเป็นวันสถาปนาประเทศจีนใหม่หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า "สาธารณรัฐประชาชนจีน" และได้ถือเอาวันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันชาติตลอดมาจวบจนปัจจุบันบริเวณหน้าเทียนอานเหมิน มีสะพานหินที่แกะสลักลวดลายสวยงามเรียงขนานกัน 5 สะพานด้วยกัน มีสิงโตหินขนานใหญ่ ยืนเป็นยามรักษาประตูอีก 1 คู่ สำหรับสิงโตคู่ที่วางประดับหน้าตำหนักและอาคารบ้านเรือนทั่วไป จะมีตำแหน่งการจัดวางที่ตายตัว โดยตัวผู้จะถูกวางทางซ้าย ตัวเมียอยู่ทางด้านขวาเสมอ


รูปภาพจตุรัสเทียนอันเหมินและบรรยากาศโดยรอบ



จตุรัสเทียนอันเหมิน
จตุรัสเทียนอันเหมิน1
จตุรัสเทียนอันเหมิน2
จตุรัสเทียนอันเหมิน7
จตุรัสเทียนอันเหมิน3
จตุรัสเทียนอันเหมิน14
จตุรัสเทียนอันเหมิน9
จตุรัสเทียนอันเหมิน8
จตุรัสเทียนอันเหมิน13
จตุรัสเทียนอันเหมิน15


Link ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลจีน